Adisorn's profileSang Computer CE KMITL I...PhotosBlogListsMore Tools Help

การได้เขียนบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมา เป็นอีกทางหนึ่ง ที่จะทำให้เราบรรเทาความเศร้าโศกและความทุกข์ที่กัดกร่อนหัวใจเราได้
Writing memo about the pass experience is another way to relieve pain and suffer.
(กำลังใจจากนิ้วก้อย ได้จากที่ BTS)
 กลัว - Scrubb
Photo 1 of 8

การที่เราชอบมั่วบ่อยๆ ก็เป็นการแสดงตัวเป็นคนโง่ เพราะมันคือความไม่รู้ แต่การนั่งกลัวอยู่ในกระดองก็ไม่ทำให้เกิดอะไรขึ้นมา ผมยอมแสดงตัวเป็นคนโง่ดีกว่า เป็นคนที่ไม่ทำอะไรเลย..
แต่ว่า ดีที่สุดก็ต้องเปลี่ยนความไม่รู้ เป็นความรู้ให้ได้ มากที่สุดเท่าที่ทำได้สินะ

 
 

ในที่สุดก็มีกะเค้าแล้วหละ

ความจริงใจเป็นบ่อเกิดของมิตรแท้ แล้วคุณจะได้รู้ว่ามิตรแท้เกิดขึ้นได้ ทุกที่ ทุกเวลาที่คุณมอบความจริงใจให้

สวัสดีตอนเช้า กลางวัน และเย็น รวมถึงก่อนนอน สำหรับทุกเวลาถ้าไม่ได้เจอกันครับ

ยินดีต้อนรับกลับบ้านๆนึง ในโลกไซเบอร์แห่งนี้ ให้สำหรับตัวผมเองด้วย

กลับมาแล้วพูดว่า "กลับมาแล้วเหรอ" กันดีกว่า

วันหลังอาจเขียนแทนว่า กลับมา อีก แล้วเหรอดีกว่า 555 เข้ามาอัพบ่อยเจรงๆ

สวัสดีจร้า.. ยินดีต้อนรับครับผม
ใครมะอะไรฝากไว้ตรงนี้ได้เลย
อุตส่าห์(ซวย)หลงเข้ามาแล้ว ก็ทักทายกันได้ ไม่ว่ากันนะครับ ^^

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Samurai Takeshiwrote:
ขอบคุณมากๆๆเลยค้าฟฟ
June 21
เพ่อ่ะ อยากได้เด็กผู้หยิงข้างบนมั้งอ่ะ  ทำไงหรอ บอกหน่อยๆๆ
June 19
หวาดดีๆๆเพ่
 ตอนนี้เริ่มเรียนหนักมากมาย เหนื่อยๆๆๆ
June 18
Nuchy jungwrote:
 ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
 
(แต่มาเปนสมการเลยน้า  อิอิ)
June 7
Coolwrote:
สวัดดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า 0667w2_10.gif picture by pimpisa_27
Apr. 14

Custom HTML

นับดูอะ มีคนมาซักเท่าไรกัน

javascript hit counter

ลองดู uptime ซะหน่อย website monitoring servicewebsite tracker

No list items have been added yet.

Feed นู๋เนย

Loading...Loading...

Feed P'Jai

Loading...Loading...

Sang Computer CE KMITL IT IS IS23.2

February 23

เรื่องเศร้า (5 Centimeters Per Second)

หนัง การ์ตูน เป็นทั้งเรื่องจินตนาการและเรื่องจริง ที่ถูกสื่ออกมาให้เห็นเสี้ยวหนึ่งของความคิดของคน
เราสามารถคล้อยตามการชักจูงให้คิดได้ และก็สามารถรับรู้สิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อได้อย่างไม่ยากเย็น.. ก็แค่ดูมัน
 
 
เรื่องของธุรกิจเป็นตัว Drive ให้ทุกสิ่งวิ่งเร็วขึ้น ที่จริงมันไม่สนว่าจะดีขึ้นหรือแย่ขึ้น.. แต่มันจะต้องเร็ว
คนดีกับคนเร็ว.. ต่างกัน ให้ถามว่าคนดีกับคนเร็ว.. ต่างกันมั้ย มีใครเคยคิดจะเปรียบเทียบอย่างผมบ้างมั้ย
 
คนเร็ว (ไม่ใช่คนเลว)  คือคนที่สามารถทำอะไรได้รวดเร็ว ชัดเจน การขยับจะคิด จะทำแต่ละก้าวทำให้เกิดแรงสั่งสะเทือนและแรงดึงดูดให้กับคนรอบด้าน
คนดี คือ คนที่ทำอะไร มักจะแบกรับความรู้สึกของคนทั่วไปเอาไว้บนบ่าที่มองไม่เห็น เนื่องจากความดีมันเป็นสิ่งที่เป็นค่านิยม
ในสังคมหนึ่งๆสามารถเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดีแตกต่างกันได้ โดยรวม คนดีอาจไม่เร็วเพราะคนดีขยับร่างกายได้ช้าหากแบกรับอะไรมากเกินไป
 
ธุรกิจก่อให้เกิดสิ่งที่ยอดเยี่ยมหลายอย่าง อันเนื่องมากจากการแข่งขัน และเงิน แต่ก็สามารถทำให้เกิดสิ่งแย่ๆหลายอย่าง
ซึ่งถ้าไม่มีธุรกิจ มันก็ต้องเกิดอยู่ซักวันใดวันนึง เพียงแต่มันจะช้ากว่าไปเท่านั้น
 
สำหรับ link ข้างบน เป็นแค่เรื่องนึงของการ์ตูน ที่สื่อความคิดออกมาได้โดนใจคนดูอย่างผม
สิ่งที่เรื่องสื่อ.. คงมองได้หลายเรื่อง แต่ที่โดนใจด็คือ การรอคอย และความเหงา..
(update: แปลกดีที่ผมดูแล้วกลายเป็น 2 อย่างนี้ ทั้งๆที่อ่านบทความของคนที่เขียนไว้จริงๆ มันเป็นเรื่องของ ระยะห่าง เวลา และความทรงจำ ตามชื่อเรื่อง ซึ่งดูๆไปก็ใช่มากกว่านะ)
 
บทสรุปของเรื่อง ผมว่า ใช่.. นี่แหละ
 
ลองกด link ไปดูนะ อาจดูช้าๆ แต่ภาพสวย ได้เรียนรู้แนวคิดและวัฒนธรรมไปด้วย
ผมชอบนะ
 
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
[อันหลังนี้ มีเนื้อเรื่องอ้างอิงไปในเนื้อเรื่อง ถ้าคิดจะดูตัวหนัง ควรดูหนังให้จบก่อนค่อยดู]
 
February 17

บังสถุลคนเป็น

ก็ไม่ใช่อะไร ก็คือพิธีต่ออายุนั่นแหละครับ
 
 
พอดีช่วงนี้ครบรอบวันเกิดแม่ใหญ่ (แต่จำไม่ได้อะว่าวันไหน รอบไหน)
รู้แต่ว่าเป็นพิธีที่สำคัญสำหรับบ้านเราในฝั่งแม่มาก สำหรับผมรับปากแม่ว่าต้องไป ก็ต้องไปให้ได้ แม้จะไม่ค่อยว่างก็เหอะ
 
แม่ใหญ่เริ่มแก่ลงเรื่อยๆ บางทีก็ถามคำถามชวนงง.. คือเริ่มลืมในบางเรื่องแล้ว แต่ก็ยังเป็นแม่ใหญ่เหมือนเดิมละ ยังเป็นคน command ในในบ้านและสวน
เพราะทำมาซะเคย คนที่บ้านนั้นก็เลยวุ่นวายน่าดู มีกิจกรรมให้ทำตลอด 55
 
 
วันนี้เรามาต่ออายุคนในครอบครัวกัน ญาติๆและเพื่อนบ้านก็มากันยกใหญ่
พอดีมีน้าศักดิ์มาจากเชียงใหม่ จะรับปริญญาพอดีๆ เลยถ่ายรูปกันก่อนออกมาวัดจนเจ้าภาพมางานช้ากว่าเพื่อนบ้านซะงั้น
 
ตอนมาจากสระบุรี ผมอดนอนไปเลยไม่ได้ขับรถให้ที่บ้าน ก็ไม่อยากขับด้วยแต่ลืมไปว่าพ่อก็เพิ่งผ่าตัดตาเมื่ออาทิตย์ก่อน
แม้ว่าจะออกจาก รพ.ได้เลย แต่ท่าทางพ่อไม่อยากขับรถ ก็เลยหนักแม่ไปหน่อย แต่สุดท้ายพ่อก็ต้องขับอยู่ดี
 
 
ก่อนไปวัดก็เลยโดนให้ไปนอน ก็เลยแอบมานอนใต้ถุนเพราะไม่ร้อน กอดหมอนรูปดาวที่เป็นเอกลักษณ์ของหมอนใต้ถุนของที่นี่
เนื่องจากที่บ้านสิงห์บุรีน้ำท่วมบ่อย ข้างล่างก็เลยเละๆหน่อย แต่ที่จริงเละเพราะต้องมีทั้ง มะขามเปียก มะละกอ ขนุน ต้องจัดการกันที่นี่
 
ถ้าเป้นหน้ามะม่วงก็มีทำส้มแผ่นกัน และอื่นๆอีตามแต่จะต้องมีต้องทำ
หมอนจะมียัดไว้ตามเพดานที่มีไม้ขัดเป็นช่องอยู่ ไม่รู้เรียกว่าไรเหมือนกัน แต่ก็มีของไปเหน็บๆพอสมควร ทั้ง นสพ. เอย หมอนเอย เอาไว้ใช้ได้
 

 

แถมยังได้ช่วยเค้าแกะขนุนออกจากลูกอีก เด็กบ้านนี้ใช้มีดคล่องมาก แต่ผมถนัดใช้มือมากกว่า
ผลก็คือขนุนเละพอควรทีเดียว แต่อร่อยดี อยากกินอีกจัง..

แล้วก็ไปวัดช่วยเตรียมงาน ขนของบ้างตามที่มีใครวานให้ทำ เจอเจ้าต๋อมด้วยแต่อยู่แป้บเดียวก็หายกันหมด เจ้าต๋อมเจ้าเตยนี่
จริงๆก็รุ่นๆเราเลยน่าจะสนิทกันแต่ไม่ค่อยแฮะ เพราะไม่ค่อยเจอะนี่แหละ

ที่ฮาหน่อยก็ต้องมีน้ำให้พระที่มาสวด พระด้านหน้าประมาณ 5-6 รูปแรกสวดคล่องมาก หลายบทด้วย
ก็มีการจัดน้ำจัดท่าให้ เรามาช้าพระก็ต้องรีบไปทำงานศพต่อ เลยโดนเร่งนิดๆ เวลาถวายน้ำถวายธุปเนี่ย ก็วางๆไปเถอะ ไม่ต้องไหว้จบมันทุกอันก็ได้ (ไม่งั้นช้า)
ไอ้เราก็ดันไหว้ แล้วก็หยิบวาง เหมือนตักบาตรเลย ก็คนมันเคยแต่หยั่งงี้นี่หว่านะ

 เออ แล้วที่ว่าฮาก็คือ ถวาย Pepsi กระป๋อง แต่ไม่มีหลอด
พี่บอกว่า ซื้อเป็บซี่ลังที่ไหนมีหลอดแถมมากะลังเล่า (เพราะอีกชุดเป็นนมเปรี้ยว มีหลอดมาให้พร้อม)
เพราะกะลังรื้อหากันว่าหลอดไปไหน

น้ากองเลยต้องให้เจ้าออมวิ่งไปซื้อ ก็ได้มานะแต่เราถวาย pepsi ไปทั้งๆที่ไม่มีหลอดไปแล้ว.. ก็ค่อยถวายหลอกตาม

ก็เลยตอนเริ่มจะสวดๆอยู่จะได้ยิน ป๊อก.. ซ่า เออก็แปลกดีแฮะ เป็นพระบางรูป กะสามเณรข้างหลังเปิด
เพราะตอนนั้นเป็นช่วงฆราวาสสวดเฉยๆ ... แหม่ ก็เล่าตั้งนานกว่าจะถึงจุดฮา (ฮามั้ยนี่)

พิธีจะเป็นสวดให้เยอะมาก มีจุดเทียนหลายเล่มใส่พาน จุดเทียนใหญ่ ลากสายสิญจน์ สุดท้ายก็มีการเอาผ้ามาคลุมแล้วก็สวดให้
ฟังๆ... ส่วดว่า .. กายา.. สติ.. อะไรนี่แหละ ลืมไปแล้ว ไม่รู้บทไหน ก็ดีนะ

 

ดีที่ได้ทั้งต่อพระพุทธศาสนา

ได้พบปะญาติโกโหติกา เพื่อนบ้าน ได้กลับบ้านเกิด

และเป้นกำลังใจให้แม่ใหญ่และคนสูงอายุทั้งหลาย ... ที่เมื่อมีงานศพที ก็จะถามว่าใครตาย..

มาทำบุญต่ออายุก็ได้หลายต่อพอควรนะเนี่ย

 

 

 

บังสถุลคนเป็น

ก็ไม่ใช่อะไร ก็คือพิธีต่ออายุนั่นแหละครับ
 
 
พอดีช่วงนี้ครบรอบวันเกิดแม่ใหญ่ (แต่จำไม่ได้อะว่าวันไหน รอบไหน)
รู้แต่ว่าเป็นพิธีที่สำคัญสำหรับบ้านเราในฝั่งแม่มาก สำหรับผมรับปากแม่ว่าต้องไป ก็ต้องไปให้ได้ แม้จะไม่ค่อยว่างก็เหอะ
 
แม่ใหญ่เริ่มแก่ลงเรื่อยๆ บางทีก็ถามคำถามชวนงง.. คือเริ่มลืมในบางเรื่องแล้ว แต่ก็ยังเป็นแม่ใหญ่เหมือนเดิมละ ยังเป็นคน command ในในบ้านและสวน
เพราะทำมาซะเคย คนที่บ้านนั้นก็เลยวุ่นวายน่าดู มีกิจกรรมให้ทำตลอด 55
 
 
วันนี้เรามาต่ออายุคนในครอบครัวกัน ญาติๆและเพื่อนบ้านก็มากันยกใหญ่
พอดีมีน้าศักดิ์มาจากเชียงใหม่ จะรับปริญญาพอดีๆ เลยถ่ายรูปกันก่อนออกมาวัดจนเจ้าภาพมางานช้ากว่าเพื่อนบ้านซะงั้น
 
ผมอดนอนไปเลยไม่ได้ขับรถให้ที่บ้าน ก็ไม่อยากขับด้วยแต่ลืมไปว่าพ่อก็เพิ่งผ่าตัดตาเมื่ออาทิตย์ก่อน
แม้ว่าจะออกจาก รพ.ได้เลย แต่ท่าทางพ่อไม่อยากขับรถ ก็เลยหนักแม่ไปหน่อย แต่สุดท้ายพ่อก็ต้องขับอยู่ดี
 
 
ก่อนไปวัดก็เลยโดนให้ไปนอน ก็เลยแอบมานอนใต้ถุนเพราะไม่ร้อน กอดหมอนรูปดาวที่เป็นเอกลักษณ์ของหมอนใต้ถุนของที่นี่
เนื่องจากที่บ้านสิงห์บุรีน้ำท่วมบ่อย ข้างล่างก็เลยเละๆหน่อย แต่ที่จริงเละเพราะต้องมีทั้ง มะขามเปียง มะละกอ ขนุน ต้องจัดการกันที่นี่
 
ถ้าเป้นหน้ามะม่วงก็มีทำส้มแผ่นกัน และอื่นๆอีตามแต่จะต้องมีต้องทำ
หมอนจะมียัดไว้ตามเพดานที่มีไม้ขัดเป็นช่องอยู่ ไม่รู้เรียกว่าไรเหมือนกัน แต่ก็มีของไปเหน็บๆพอสมควร ทั้ง นสพ. เอย หมอนเอย เอาไว้ใช้ได้
 

 

แถมยังได้ช่วยเค้าแกะขนุนออกจากลูกอีก เด็กบ้านนี้ใช้มีดคล่องมาก แต่ผมถนัดใช้มือมากกว่า
ผลก็คือขนุนเละพอควรทีเดียว แต่อร่อยดี อยากกินอีกจัง..

แล้วก็ไปวัดช่วยเตรียมงาน ขนของบ้างตามที่มีใครวานให้ทำ เจอเจ้าต๋อมด้วยแต่อยู่แป้บเดียวก็หายกันหมด เจ้าต๋อมเจ้าเตยนี่
จริงๆก็รุ่นๆเราเลยน่าจะสนิทกันแต่ไม่ค่อยแฮะ เพราะไม่ค่อยเจอะนี่แหละ

ที่ฮาหน่อยก็ต้องมีน้ำให้พระที่มาสวด พระด้านหน้าประมาณ 5-6 รูปแรกสวดคล่องมาก หลายบทด้วย
ก็มีการจัดน้ำจัดท่าให้ เรามาช้าพระก็ต้องรีบไปทำงานศพต่อ เลยโดนเร่งนิดๆ เวลาถวายน้ำถวายธุปเนี่ย ก็วางๆไปเถอะ ไม่ต้องไหว้จบมันทุกอันก็ได้ (ไม่งั้นช้า)
ไอ้เราก็ดันไหว้ แล้วก็หยิบวาง เหมือนตักบาตรเลย ก็คนมันเคยแต่หยั่งงี้นี่หว่านะ

 เออ แล้วที่ว่าฮาก็คือ ถวาย Pepsi กระป๋อง แต่ไม่มีหลอด
พี่บอกว่า ซื้อเป็บซี่ลังที่ไหนมีหลอดแถมมากะลังเล่า (เพราะอีกชุดเป็นนมเปรี้ยว มีหลอดมาให้พร้อม)
เพราะกะลังรื้อหากันว่าหลอดไปไหน

น้ากองเลยต้องให้เจ้าออมวิ่งไปซื้อ ก็ได้มานะแต่เราถวาย pepsi ไปทั้งๆที่ไม่มีหลอดไปแล้ว.. ก็ค่อยถวายหลอกตาม

ก็เลยตอนเริ่มจะสวดๆอยู่จะได้ยิน ป๊อก.. ซ่า เออก็แปลกดีแฮะ เป็นพระบางรูป กะสามเณรข้างหลังเปิด
เพราะตอนนั้นเป็นช่วงฆราวาสสวดเฉยๆ ... แหม่ ก็เล่าตั้งนานกว่าจะถึงจุดฮา (ฮามั้ยนี่)

พิธีจะเป็นสวดให้เยอะมาก มีจุดเทียนหลายเล่มใส่พาน จุดเทียนใหญ่ ลากสายสิญจน์ สุดท้ายก็มีการเอาผ้ามาคลุมแล้วก็สวดให้
ฟังๆ... ส่วดว่า .. กายา.. สติ.. อะไรนี่แหละ ลืมไปแล้ว ไม่รู้บทไหน ก็ดีนะ

 

ดีที่ได้ทั้งต่อพระพุทธศาสนา

ได้พบปะญาติโกโหติกา เพื่อนบ้าน ได้กลับบ้านเกิด

และเป้นกำลังใจให้แม่ใหญ่และคนสูงอายุทั้งหลาย ... ที่เมื่อมีงานศพที ก็จะถามว่าใครตาย..

มาทำบุญต่ออายุก็ได้หลายต่อพอควรนะเนี่ย

 

 

 

บรรยากาศ..ลาดกระบัง

วันก่อนได้ไปที่ลาดกระบังมา.. ไปเรียนวิชา 3G วันสุดท้าย
ที่ลาดกระบังตอนนี้ดอกไม้สวยมาก ใครมีรุ่นน้องอยู่ Photo ช่วยถ่ายรูปสถาบันตอนนี้ก็ดีอะ เมื่อก่อนก็เคนเห็นที่ Photo ถ่ายรูปดอกไม้ที่หล่นจากต้น
จนสนามกลายเป้นสีชมพู

  
รูปที่ 1.1 :  2 รูปนี้เลือกไม่ถูก อันไหนสวยกว่ากัน (อ้า ติดมาจากการทำรายงาน)

ก็ไม่ได้ลงรถเพราะมันก็ไกลอยู่นะ ตรงแถมสถาปัติแน่ะ แต่มาเดินข้างคณะวิทยา,ครุ ก็มีให้เห็น
เลียบทางรถไฟ แม้ไม่เยอะเหมือนตรงหลังตึกโทร หรือตรงถาปัตย์ แต่ก็สวยดี


รูปที่ 1.2 เห็นสวยๆข้างบน ข้างล่างไม่สวยเพราะเป็นที่เผาขยะซะงั้น

เห็นรูปข้างล่างนี้คงจะคุ้นกันว่าอยู่ตรงไหนนะ


รูปที่ 1.3 ข้างๆโรงอาหารวิดยา

ก็เลยเอามาฝากกันเท่านั้นแล..

บรรยากาศ..ลาดกระบัง

วันก่อนได้ไปที่ลาดกระบังมา.. ไปเรียนวิชา 3G วันสุดท้าย
ที่ลาดกระบังตอนนี้ดอกไม้สวยมาก ใครมีรุ่นน้องอยู่ Photo ช่วยถ่านรูปสถาบันตอนนี้ก็ดีอะ เมื่อก่อนก็เคนเห็นที่ Photo ถ่ายรูปดอกไม้ที่หล่นจากต้น
จนสนามกลายเป้นสีชมพู

  
รูปที่ 1.1 :  2 รูปนี้เลือกไม่ถูก อันไหนสวยกว่ากัน (อ้า ติดมาจากการทำรายงาน)

ก็ไม่ได้ลงรถเพราะมันก็ไกลอยู่นะ ตรงแถมสถาปัติแน่ะ แต่มาเดินข้างคณะวิทยา,ครุ ก็มีให้เห็น
เลียบทางรถไฟ แม้ไม่เยอะเหมือนตรงหลังตึกโทร หรือตรงถาปัตย์ แต่ก็สวยดี


รูปที่ 1.2 เห็นสวยๆข้างบน ข้างล่างไม่สวยเพราะเป็นที่เผาขยะซะงั้น

เห็นรูปข้างล่างนี้คงจะคุ้นกันว่าอยู่ตรงไหนนะ


รูปที่ 1.3 ข้างๆโรงอาหารวิดยา

ก็เลยเอามาฝากกันเท่านั้นแล..

February 04

ป่วย จนได้

คุยกับแม่ แม่ว่าให้ไปโรงบาล บอกว่าตูไม่มีภูมิแล้ว หายหวัดด้วยตัวเองไม่ได้หรอก
เหอๆๆ ไม่เชื่อๆ เดี๋ยวลองดู จะอยู่อบๆให้มันหายให้ได้
..
เสียแต่ว่า มันเหนียวตัวต้องอาบน้ำ แล้วก็ต้องสระผม
เจ็บคอ มีไข้ต่ำๆ แล้วก็มึนๆ
มันเครียดเรื่อง Project ที่ไม่ได้เรื่องเลยอะ.. ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ นอนก็ไม่หลับ เครียด
 
มันก็เลยป่วยไง.. ไม่อยากไปหาหมอ กลัวเสียตัง บัตรประกันสังคมดันหมดอายุไปเมื่อสิ้นปี ไม่ได้ดู
 
เห้อ.. สงสัยกรรมซัดที่ไม่ค่อยโทรหาแม่ และไม่กลับบ้าน
งานก็เลยไม่เสร็จ
 
.. ตอนนี้ต้องทำงานไปด้วยเลยลำบากหน่อย เพราะงานมันไม่มี process ยังไงต้องดันด้วยตัวเอง แต่ไม่มีแรงดันมัน
เหอะ ก็ปล่อยๆไปบ้างละวะ อะไรที่มันไม่ได้ ตอนนี้วันนี้ก็ยังไม่ได้หละ ปวดหัวขี้เกียจพยายาม
ไว้เลยช่วงนรกนี่ไปก่อนซักเดือน 2 เดือนน่าจะดีขึ้น
 
สาธุ..
February 02

วันจันทรอีกแล้ว

เวลามันผ่านไวจริงๆ วันหยุดไม่รู้สึกว่าหยุดเลย
เหนื่อยแฮะ
January 31

Season Change

อืม... ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย
สุดท้ายก็กลายเป็นหนังควบ คั่นด้วยการเขียน Blogs ซะแล้ว
ดูจบแล้ว หนังที่ยังไม่ได้ดู
 
 
"พ่อครับ... ผมอยากเป็นนักดนตรี"
จะมีใครสักกี่คนได้พูดคำนี้ ในตอนที่เรายังขีดเส้นทางเดินของเราด้วยการเรียน
 
"เล่นสนุกๆไม่ได้เหรอ"
ฮืมม.. เราก็ต้องเรียนให้เก่ง ให้เก่ง และ ให้เก่งกว่า.. ใครๆ เพื่อที่จะ.. ทำไมนะ เพื่อที่จะเป็นที่ 1 เท่านั้น
แล้วสิ่งที่เราต้องการจริงๆหละ เมื่อไหร่จะหามันเจอ เมื่อเอาแต่เทียบที่ 1 จากคนอื่นแบบนี้
 
 
มีหนังหลายเรื่อง ที่ Theme ทำนองนี้ เรียนดนตรีเพราะสาวเจ้าเป็นเหตุ เคยดูละครเรื่องนึง จำชื่อเรื่องไม่ได้เช่นเคย
เรื่องที่ฟลุ๊ก เกริกพลแสดง ที่แอบเข้าไปเรียนการแสดง การละครเพราะ อ้อม พิยดา รึไงนี่แหละ...
แล้ววันนึงผ่านเรื่องราวมากมาย ก็รู้ตัวว่า ตัวเองชอบแบบนี้ ชอบที่จะแสดงละคร (หรือเล่นดนตรีหว่า..)
 
เป็นละครแรกๆของ X-act ที่ผมดูแล้วชอบ
เพราะผมรู้ตัวว่า ตัวเองไม่มีอะไรเก่งเลยซักอย่าง ไม่มีอะไรชอบเลยซักอย่าง ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองชอบอะไร อยากที่จะทำอะไร
 
 
เช่น เล่นกีฬา ก็ไม่ได้เรื่อง ฟุตบอลก็ไม่ไหว บาส แบต เบสบอล วอลเล่ห์ ปิงปอง ก็เล่นได้ระดับนึงเท่านั้น ไม่ได้ดีเด่อะไรเลยซักอย่าง
ของที่ชอบอย่างชอบดูบอลก็ไม่มี ชอบเล่นดนตรี ก็เล่นกีต้าได้ แต่ก็ไม่ได้เรื่อง เล่นอิเลคโทน ก็เลิกไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องรถ เรื่องหนัง ก็ม่ค่อยได้ดู เรื่องการ์ตูน เรื่องเกมส์ก็ไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีประโยชน์..
ภาษาก็อ่านได้ เขียนได้ แต่ก็ไม่ดี รู้ศํพท์เท่าไหนมา ก็รู้ศัพท์เท่าเดิม ไม่พัฒนา ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปให้มันดีขึ้นเลย
 
จะมีก็เรื่องเรียน เรียนๆมันไปวันๆ แล้ววันนึงก็ต้องไปสอบ Ent' ก็เท่านั้น
จะเลือกคณะ เลือกภาควิชา ล้วนแล้วมาจากความชื่นชอบของคนอื่นทั้งนั้น.. ไม่มีอะไรที่คิดเองได้เองเลยซักอย่างในชีวิต
 
แต่ผมก็ชอบฟังดนตรีนะ มันเพราะดี
ผมก็ชอบสาวสวยๆ มันน่ารักดี
ผมก็ชอบอ่านการ์ตูน มันสนุก
ผมก็ชอบดูหนังเหมือนกัน.. ถ้ามันอิน...
 
 
ช่างมัน.. ไม่ว่าเมื่อไร เราจะรู้ว่าเราชอบอะไร
ไม่ว่าวันนั้น เราจะมีพ่อคนที่เราอยากจะพูดว่า พ่อครับ ผมอยากจะเป็นอะไร
ไม่ว่าตอนนี้ เราจะทำอะไรอยู่ ให้รู้ไว้ว่า ชีวิตคน มันขีดเส้นได้ด้วยตัวเอง ส่วนประกอบต่างๆที่เข้ามามันเป็นสิ่งช่วยเติมเต็ม
ถ้าโชคดีมันคงเข้ามาจังหวะพอดี.. เหมือนหนัง เหมือนละคร
แต่ซักวันเมื่อยู่บนโลกแห่งความจริง จะรู้ว่า โชคดีนั้น คือการกระโจนเข้าไปหาสิ่งประกอบที่จะมาทำให้เราเติมเต็มอย่างสุดตัวเท่านั้น ที่มันจะเป็นไปได้
 
วันนี้ ผม..ก็คงจะต้องหาคนๆนั้นต่อไป นั่นคือ คนที่ผมอยากจะเป็น
วันนี้ ผม ก็ต้องอยู่กับคนๆนี้ต่อไป นั่นคือตัวเองในตอนนี้วันนี้
แม้ว่าผมจะยังไม่รูว่าจะชอบอะไร แต่ที่รู้วันนี้.. ผมชอบฟังดนตรี (คิดว่า) ด้วยตัวเอง เป็นอย่างนึงหละ
 
 
 
ปล. เชื่อว่าทุกๆคน ก็คงจะชอบดนตรีไม่ต่างกัน ก็ชีวิตคือดนตรีนี่นะ แค่เวที มันคนละเวทีกัน เท่านั้นเอง...
ปล. สำหรับหนัง plot เรื่องก็ ok การกำกับก็รวบรัดดี เร็วไปนิดแต่ก็ ok ฉากกินใจก็ยังไม่ถึงกับรู้สึกผิดมากมายนัก แต่ก็ใช้ได้ โดยรวมให้ 9/10 เพราะนางเอกทั้ง 2 คน น่ารักครับ

คุณภาพ ดีกว่าปริมาณ.. แฟนฉัน

แม้ว่าปริมาณจะวัดง่ายกว่า แต่คุณภาพย่อมดีกว่าในหลายๆด้าน
อาจขาดก็ความครบถ้วน แต่เชื่อไหม ชีวิตคนเราไม่ว่าจะเติมเท่าไร มันก็ไม่ครบซักที

 วันนี้ผมนอนไม่หลับ หรือไม่อยากนอน.. ก็เลยหาหนังมาดูจากกอง DVD มากมายของเพื่อนเมทที่มันไม่อยู่ห้อง
เจอแผ่นรวมหนังไทย เจอเรื่อง Season Change ที่ยังไม่ได้ดูก็ว่าจะดูซักหน่อย แต่ดันไปคลิ๊กผิด ไปเปิดเรื่อง "แฟนฉัน" ซะนี่..
 
 
กำลังจะกดปิดอยู่แล้วแต่ใจมันบอกว่า เรื่องนี้ก็ดีนะ แล้วก็ชักจะจำภาพมันไม่ค่อยชัดแล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง จำได้แค่รางๆ
ก็เลย ดูมันไปเลย แม้จะดูแล้วก็ตาม
 
ดูจบแล้ว สนุกมาก เห้อ.. อยากให้หนังไทย สามารถจรรโลงใจอย่างนี้ได้ทุกเรื่องจริงๆ
ความสุข สนุก ตื่นเต้น มีครบถ้วน
 
คิดถึงสมัยเด็กๆ แม้จะจำไม่ค่อยได้ แต่ก็คุ้นว่าเจอเรื่องราวเหล่านี้เหมือนกัน แต่ความจริงมันก็ออกจะหดหู่นิดหน่อย เพราะชีวิตมันไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆนี่นะ
....เรื่องกลุ่มเพื่อน เรื่องเด็กผู้หญิงที่แอบชอบ หรือแม้แต่ถูกแอบชอบ (คิดเอาเองป่าววะ) เรื่องเรียน เรื่องเล่น เรื่องในครอบครัว
เมื่อตอนเด็กๆทำไมเรางี่เง่าอย่างนั้นนะ "เจี๊ยบ".. ในเรื่องว่างี่เง่าแล้ว มันยังฉลาดกว่าเราตอนนั้นเลย
 
เรื่องปัญหากับแม่ที่บ้านในเรื่องก็มีให้เห็น แม้จะนิดหน่อยแต่ก็ทำให้นึกถึงภาพตัวเราในอดีตที่เป็นอย่างนั้น ภาพเล็กๆในหนัง แต่มีความหมายมากมาย
โดยเฉพาะในช่วงจุดที่เจี๊ยบพบกับ "ความรู้สึกผิด" อย่างร้ายแรง และไม่อาจแก้ไขได้อย่างทุกๆทีที่เคยเป็น สิ่งที่เกิดเกิดจากตัวเขาเอง
สิ่งที่พลาดแม้จะมีเหตุผลให้แก้ตัวมากมาย แต่สุดท้ายที่ไม่ได้ลา "น้อยหน่า" ก็เกิดจากตัวเขาเอง
 
โชคดี สิ่งที่ เจี๊ยบได้กลับมา คือ เพื่อนดีๆ ที่ในโลกความจริงก็หาได้ยาก แต่ไม่ถึงกับหาไม่ได้
เพื่อนช่วยเติมเต็ม รวมทั้งวันเวลาและสังคมรอบตัว ก็ทำให้เราต้องเดินหน้าต่อไป ต้องเรียน ต้องโต ต้องทำงาน ต้องแข่งขัน และต้องช่วยเหลือ
จุดเล็กๆที่ผิดพลาด แม้จะแก้ไม่ได้ในวันนั้น แต่ถ้าพยายาม ต้องแก้ได้ในซักวัน แม้จะไม่แก้ ก็ไม่ตาย เพราะชีวิต มันต้องเดินต่อไป
.... แค่ มันก็จะมีเรื่องให้เราเสียใจ ไม่หายไป ตราบใดที่เรายังไม่แก้จุดผิดของเราเอง
 
ดูหนังสนุก แม้จะเคยดูมาแล้ว จนรู้สึกว่า เราจะเก็บหนังไว้มากมายทำไม ทำไมไมเก็บหนังที่เราดูแล้วรู้สึกดีกับมันเอาไว้ก็พอเท่านั้น
เรื่องนั้นตอบยากเหมือนกัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าหนังนั้นมันจะดีกับเรา.. เรื่องที่สนุกแต่ดูแล้วผ่านไป กับเรื่องที่สนุก ดูแล้วดูอีกก็ไม่เบื่อ
 

ถ้าจะแยกก็คงดูแล้ว อิน หรือไม่อิน อย่างนั้นละมั้ง
เรื่องรักๆสำหรับผมมันคงยาก ที่จะดูให้อิน
 
แต่เรื่องนี้ แฟนฉัน คงเป็นเพราะเป็นเรื่องอดีตวัยเด็กที่เราเองก็เคยเป็นเด็กตัวเท่าๆนั้น ก็เลย อิน หลายตอนเลยทีเดียว
 
โดยเฉพาะตอนที่วิ่งตามรถบรรทุกย้ายบ้านของน้อยหน่า... จากสะพาน จากต้นคูนสีเหลือง จากสี่แยก จนออกบายพาส สุดท้าย หนังยางที่เตรียมมาก็ไม่ได้ให้
น้อยหน่า ก็ไม่ได้ลา ไม่ได้ขอโทษ ไม่ได้ดีกัน .. น้อยหน่าสำหรับเจี๊ยบ คือเพื่อนที่เป็นคนสำคัญที่สุด ผูกพันธ์กันมากมาตั้งแต่จำความได้..
และก็คือส่วนหนึ่งของตัวเจี๊ยบนั่นแหละ มันแทรกซึมลึกอยู่ข้างใน ว่ากันว่า เมื่อคนอยู่ใกล้กัน จะถ่ายเทวิญญานให้กัน เค้าก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา เราก็เป็นส่วนหนึ่งของเค้า
มันคงเป็นการถ่ายเทวิญญานที่ประหลาดดี เพราะมันเข้าไปอยู่ข้างในสมองส่วนลึก ซึ่งก็คือจิตใต้สำนึกหรือจิตใจนั่นแหละ ถ้ามีอะไรไปสะกิดมัน มันก็จะออกมา
 
ณ. สมุด Guest book หน้างานแต่งงาน
 
ยินดีด้วยนะน้อยหน่า
... เจี๊ยบ
 
ปล. ผมเข้าใจดี ว่าการเตรียมที่จะทำอะไรเพื่อใคร แล้วไม่มีโอกาสได้ทำ หรือทำไม่ได้นั้น มันน่าเศร้าใจแค่ไหน
ถึงแม้หนังยางจะไม่ได้ให้ แต่ก็เก็บไว้ก็ได้นะ.. ขอบอกว่า การเล่นจุดนี้ของหนังให้เป็น Climax ขอคาราวะ 3 จอก
เอาไป 5 ดาว แล้วก็ใจแข็งไม่ให้เจอกันด้วยเอาไปเลย 10/10 คะแนน
January 30

ขี้บ่น ขี้เบื่อ

สงสัยตัวเอง ช่วงนี้ชอบติโน่นตินี่
ว่าอันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ใช่อยู่เรื่อย..
เอ๊ะมันยังไง หรือมันเป็นไปตามอายุขัยหว่า
 
ตอนเด็กๆก็แอบคิดว่า ทำไมผู้ใหญ่นี่จู้จี้จังฟะ
เรื่องเล็กๆน้อยๆก็โดนบ่นโดนว่าอยู่เรื่อย
อ๊ะแล้วนี่อะไร... (- -)